เปิดใบหน้า! “ฆาตรกร” ฆ่าโหดสาววุฒิศักดิ์ อ้าง! แอบชอบมานาน แต่ขัดขืนจำเป็นต้องฆ่า

0

จากกรณีที่ น.ส.ประภาพร (สงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี ชาวอุดรธานี พนักงานสถานเสริมความงามวุฒิศักดิ์คลินิค สาขาบางใหญ่ ที่ถูกคนร้ายใช้มีดกระหน่ำแทงเกือบ 20 แผลจนเสียชีวิตภายในห้องพัก โดยสภาพท่อนบนสวมเครื่องแบบพนักงาน ส่วนท่อนล่างสวมเพียงกางเกงในเพียงตัวเดียว เมื่อวันที่ 25 ที่ผ่านมา

ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับตัวผู้ต้องหาได้แล้วคือ นายธีระพงศ์ อดิษฐ์ศร อายุ 29 ปี ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยโดยเจตนา พร้อมด้วยของกลาง

1. อาวุธมีด จำนวน 1 เล่ม
2. โทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุง สีขาว จำนวน 1 เครื่อง (ของผู้เสียชีวิต)
3 .เสื้อยืดคอกลมสีน้ำตาล จำนวน 1 ตัว
4. กางเกงขาสั้นผ้าร่มสีน้ำเงิน ยี่ห้อ SPORT จำนวน 1 ตัว

ใบหน้าฆาตกร

โดยผู้ต้องหาให้การ “รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา” ว่าเป็นคนลงมือก่อเหตุจริง โดยก่อนเกิดเหตุได้งัดห้องผู้เสียชีวิตแล้วรอบหนึ่ง แต่ผู้เสียชีวิตยังไม่กลับห้อง เมื่อทราบว่าผู้เสียชีวิต กลับถึงห้องแล้ว จึงงัดห้องอีกครั้ง ซึ่งผู้ต้องหาเผยว่าได้แอบชอบผู้ตายมานานแล้ว เมื่อมีโอกาสจึงแอบเข้าไปในห้องผู้ตาย แต่ผู้ตายรู้ตัวจึงเกิดการต่อสู้ ผู้ต้องหาจึงได้ใช้อาวุธมีดแทงผู้ตายจนเสียชีวิต หลังจากนั้นได้นำทรัพย์สินของผู้ตายหลบหนีไป ซึ่งพบว่าผู้ต้องหายังเคยติดคุกมาแล้วในคดีพยายามฆ่า และพึ่งออกจากคุกในปี 59 แต่ก็มาก่อเหตุซ้ำอีก ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้นำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพต่อไป

จากนั้น ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านเกิดของ น.ส.ประภาพร หรือน้องเมย์ ผู้เสียชีวิต พบว่าที่บ้านมีญาติพี่น้องของน้องเมย์จำนวนมากเดินทางมาดูแลและให้กำลังใจ นางเหรียญ อายุ 53 ปี แม่ของน้องเมย์ ที่นอนร้องไห้กอดภาพถ่ายของน้องเมย์ไว้แน่นด้วยความเศร้าโศกเสียใจ ขณะที่ได้ตั้งเต้นท์ โต๊ะ เก้าอี้ เพื่อเตรียมทำพิธีสวดพระอภิธรรมศพของน้องเมย์ ที่จะเดินทางกลับมาถึงในคืนนี้ โดยนายหนูคล้าย อายุ 63 ปี พ่อของน้องเมย์ ได้เดินทางไปรับศพน้องเมย์ พร้อมกับหลานชายและหลานเขย ที่ จ.นนทบุรี ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา

นางเหรียญ เล่าให้ฟังว่า ทางบ้านมีฐานะยากจน พ่อกับแม่มีที่นาเพียง 4 ไร่ และบ้านหลังนี้เท่านั้น โดยทางพ่อเคยประสบอุบัติเหตุรถชนศีรษะกระแทกพื้น ทำให้สมองไม่ดีเท่าไหร่ ได้แต่ออกไปหารับจ้างทั่วไป ส่วนตนเองป่วยเป็นโรคเบาหวานและความดันสูง ทำงานได้บ้างนิดหน่อย และมีพี่ชายน้องเมย์อีกคน อายุ 27 ปี ที่ป่วยเป็นโรคสมองโต ช่วยตัวเองไม่ได้ มีแต่น้องเมย์เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงของครอบครัว ซึ่งหลังจากน้องเมย์ เรียนจบชั้น ม.6 ที่โรงเรียนประจำตำบล แต่ทางบ้านไม่มีเงินส่งเสียให้เรียนต่อ น้องเมย์จึงขอเข้าไปทำงานที่กรุงเทพฯ

“โดยมีอาเขยที่เป็นตำรวจอยู่ที่กรุงเทพฯ เป็นผู้พาไปสมัครงานได้ที่วุฒิศักดิ์ ตั้งแต่เดือนเมษายนปีที่ผ่านมา โดยจะได้เงินเดือนประมาณ 15,000-16,000 บาท แล้วแต่จะได้ลูกค้ามากหรือน้อย และตั้งแต่น้องเมย์ไปทำงานก็ส่งเงินมาให้ทางบ้านตลอดทุกเดือน ซึ่งทางพ่อและแม่บอกให้ส่งมาให้เดือนละ 3,000 บาทพอ ตนอยากให้ลูกเก็บเงินไว้ เพราะเขาอยากเรียนต่อ ใฝ่ฝันอยากเป็นสัตวแพทย์รักษาสัตว์ ซึ่งน้องเมย์เป็นเด็กที่เรียนดี นิสัยร่าเริงแจ่มใส พูดจาเพราะ เป็นที่รักของครู เพื่อนๆ และคนในหมู่บ้าน”

“ขอฝากไปถึงตำรวจ ขอให้เร่งจับตัวคนร้ายที่ฆ่าน้องเมย์ให้ได้ ถ้าจับได้ตนก็ไม่ขออโหสิกรรมให้ อยากให้คนฆ่าน้องเมย์รับกรรมตายตกไปเช่นกัน ส่วนศพของน้องเมย์ ทางพ่อเขาเดินทางไปรับน่าจะถึงบ้านในคืนนี้ โดยจะทำพิธีสวดที่บ้าน และจะเผาศพน้องเมย์ที่วัดประจำหมู่บ้านในวันศุกร์ ที่จะถึงนี้ โดยไม่เก็บไว้ เพราะว่าลูกถูกแทงหลายแผลมาก จึงไม่อยากจะเก็บลูกเอาไว้ให้เขาทรมาน” นางเหรียญ กล่าวทั้งน้ำตา

ขอบคุณรูปภาพจาก dailynews

 

Share.

Leave A Reply