“เสียงร้องขอจากเหยื่อไม่เคยถึงใคร แต่คำสารภาพจากคนร้ายกลับต่อชีวิตมัน” เรื่องจริงที่คนไทยควรอ่าน!

0

“ศพแล้ว ศพเล่า” กับคดีฆ่าข่มขืน ล่าสุดกับเหตุการณ์ที่คนร้ายฆ่าโหดสาวอุดรธานี พนักงานสถานเสริมความงามวุฒิศักดิ์คลินิค สาขาบางใหญ่ ถูกคนร้ายใช้มีดกระหน่ำแทงเกือบ 20 แผลจนเสียชีวิตภายในห้องพัก โดยสภาพท่อนบนสวมเครื่องแบบพนักงาน ส่วนท่อนล่างสวมเพียงกางเกงในเพียงตัวเดียว โดยผู้ต้องหาให้การว่าได้แอบชอบผู้ตายมานานแล้ว เมื่อมีโอกาสจึงแอบเข้าไปในห้องผู้ตาย แต่ผู้ตายรู้ตัวจึงเกิดการต่อสู้ ผู้ต้องหาจึงได้ใช้อาวุธมีดแทงผู้ตายจนเสียชีวิต

เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นที่สนใจของสื่อสารมวลชนและประชาชนทั่วไปอย่างยิ่ง เนื่องจากฆาตกรลงมืออย่างทารุณโหดร้ายกับประชาชนผู้บริสุทธิ์ อีกทั้งยังกระทำการอย่างอุกอาจโดยมิได้ยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง และเมื่อได้ทราบข้อมูลประวัติของฆาตกร พบว่าเคยต้องโทษมาแล้ว แต่ยังคงกระทำความผิดซ้ำอย่างต่อเนื่องโดยมิได้กลับตัวกลับใจแต่อย่างใด  ทำให้ประชาชนทั่วไปต่างแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับมาตรการในการลงโทษผู้กระทำความผิด รวมถึงระบบกฎหมายของประเทศอย่างกว้างขวาง เช่น การเรียกร้องให้มีการลงโทษประหารชีวิต (จริง) แก่ฆาตกร ไปจนถึงการแสดงความคิดเห็นต่อการบังคับใช้กฎหมาย เช่น

“คุกไทยไว้ขังคนจนเท่านั้น”

“กฎหมายประเทศไทยไม่ศักดิ์สิทธิคนไทยเคารพบูชาทุกสิ่งทุกอย่างยกเว้นกฎหมาย”

“ผู้ถูกกระทำหรือผู้เสียหายหากจะได้รับความยุติธรรมต้องดูก่อนว่าเป็นคนรวยหรือเป็นลูกคนใหญ่คนโตหรือไม่”

“ฆาตกรติดคุกหากรับสารภาพก็ได้ลดโทษทันทีกึ่งหนึ่งและเมื่อจำคุกไประยะหนึ่งก็จะได้พิจารณาลดโทษตามวาระต่าง ๆ รวมติดคุกจริงเพียงไม่กี่ปีก็พ้นโทษ”

“เสียงร้องขอชีวิตจากเหยื่อไม่เคยถึงใคร แต่คำสารภาพจากคนร้ายกลับต่อชีวิตมัน”

“เรามีมาตรการมากมายเพื่อปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ และช่วยเหลือฟื้นฟูผู้กระทำความผิด แต่ในขณะเดียวกันเรากลับไม่มีมาตรการใดที่จะปกป้องคุ้มครองผู้บริสุทธิ์อย่างแท้จริง”

ความเห็นดังกล่าวเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่สะท้อนถึงความคิดและทัศนคติของประชาชนที่มีต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยในปัจจุบัน

ทุกครั้งเวลาอ่านข่าวแบบนี้ ความรู้สึกของเรามีเพียงอย่างเดียวเท่านั้นคือประหารชีวิตมันไปเลย ตัดภาพสู่โลกแห่งความจริง…ในขณะที่เหยื่อได้เสีย “โอกาส” ทั้งชีวิตของเค้าไปแล้ว คนร้ายคงโดนโทษอะไรซักอย่าง แต่คงได้รับ “โอกาส” กลับมาทำชั่วอีกครั้ง ตามสไตล์กฏหมายไทยที่ย้วยหย่อนยานเป็นขอบกางเกงในเก่าๆ

มีคนพูดว่า “เสียงร้องจากเหยื่อไม่เคยถึงใคร แต่คำสารภาพจากคนร้ายกลับต่อชีวิตมัน” เราเป็นคนนอกยังเจ็บกับประโยคนี้ คนใกล้ตัวเหยื่อคงเจ็บกว่าเราหลายเท่าจนจินตนาการไม่ถูก  จริงอยู่ที่บางประเทศพยายามยกเลิกโทษประหาร ทำ “คุก” ให้เหมือนกับ “ศูนย์บำบัด” รักษาคนชั่วให้กลับเป็นคนดีแล้วคืนสู่สังคมได้ (ซึ่งแม่งเป็นไปได้จริง ผู้คุมบางประเทศไม่ต้องถืออาวุธเลยด้วยซ้ำ)

แต่ถ้าไม่หลอกตัวเอง ความโลกสวยเหล่านั้นแม่งไม่เกิดขึ้นที่ประเทศนี้หรอก ทุกวันนี้ “คุกไทย” ไม่ต่างอะไรจาก “ศูนย์ฝึกอาชีพโจร” เข้าไปกินฟรี อยู่ฟรี อัพสกิลและเลเวลความเลวฟรี รอเวลาออกมาปล่อยของทำร้ายสังคมอีกครั้ง
ประเทศไทยเอา “โอกาส” ที่เทพควรได้ไปให้มารเยอะเกินไป สังคมเราเลยมีคนดี คนเก่ง คนสร้างสรรค์ น้อยกว่าโจร ช่างกลตีกัน เด็กแว๊นซ์ ที่ไม่เคยสำนึกในคุณค่าของ “โอกาส” และสร้างความชิบหายอยู่อย่างนี้เรื่อยไป

เราอยู่ในประเทศที่…
ทำดี 100 ครั้ง ทำชั่ว 1 ครั้ง ถูกเหยียบย่ำจมดิน
ทำชั่ว 100 ครั้ง ทำดี 1 ครั้ง ถูกเชิดชูสรรเสริญ

 

ปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งและทวีความรุนแรงมากขึ้นหลายกรณีเกิดจากผู้กระทำความผิดที่เคยกระทำความผิดมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งก็มักที่จะได้รับมาตรการฟื้นฟู เยียวยา จากภาครัฐ รวมถึงการลดโทษเพื่อให้ผู้กระทำความผิดได้รับอิสรภาพออกมาใช้ชีวิตอย่างปกติได้เร็วกว่ากำหนด อย่างไรก็ตาม ยังคงมีหลายกรณีที่ผู้กระทำความผิดมิได้เห็นคุณค่าของการได้รับโอกาสดังกล่าว แต่กลับมีพัฒนาการของการกระทำความผิดซ้ำและรุนแรงมากยิ่งขึ้น เริ่มต้นจากการกระทำความผิดเล็กน้อยและพัฒนาจนกระทั่งก่อเหตุสะเทือนขวัญเช่นกรณีการสูญเสียมะปินในครั้งนี้  ประชาชนผู้บริสุทธิ์ต่างไม่ต้องการให้เหตุการณ์ของมะปินเป็นเพียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและเงียบหายไปตามกระแสข่าวอาชญากรรมที่มีอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันในปัจจุบัน

 

และทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์ทำนองเดียวกันนี้ขึ้น สังคมก็จะตื่นกลัวและเรียกร้องหาแนวทางแก้ไข แต่แล้วทุกอย่างก็เงียบหายไปเพื่อเป็นพลังทางสังคมในการรณรงค์และผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาดังกล่าวข้างต้นอย่างเป็นรูปธรรม  และอยากเรียกร้องให้ทบทวนหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการลดโทษให้กับผู้กระทำความผิดซ้ำ  รวมไปถึงมาตรการอื่นๆ ที่จะแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังและยั่งยืน เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้ต้องไปเกิดขึ้นกับผู้ใดอีกในสังคม และเพิ่มความมั่นใจให้กับประชาชนว่าจะต้องไม่ใช้ชีวิตกันอย่างหวาดระแวงอีกต่อไป

 

เราไม่อยากอยู่ในสังคมที่คนดีอยู่ด้วยความกลัว คนชั่วอยู่ด้วยความกล้า สังคมไทยเจ็บปวดมากพอแล้วกับการให้ “โอกาส” ครั้งที่ 2 กับคนชั่ว เพราะ “โอกาส” เป็นสิ่งที่น่ากลัว ถ้าสัตว์นรกที่ไม่สมควรได้รับมันได้ไป

 

Share.

Leave A Reply