“หมอแสง” เปิดสูตรยาเทวดารักษา “มะเร็ง” ไม่คิดขายสูตรฝรั่ง คนต่อคิวรับยาแน่น!!

0

จากกรณีในโลกออนไลน์แห่งแชร์เรื่องราวที่มีหมอเทวดา แจกยารักษาโรคมะเร็งฟรี หลายคนรักษาแล้วหาย อยู่ที่ ต.บางเดชะ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี โดยหมอรายนี้คือ นายแสงชัย แหเลิศตระกูล เจ้าของสูตรยารักษามะเร็ง หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “หมอแสง” ได้มีการแจกยารักษาโรคมะเร็ง ทำให้ผู้คน หลั่งไหลเดินทางจากทั่วประเทศ นับหมื่นคนมารับยาดังกล่าว

นายแพทย์โชคชัย สาครพานิช นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรี เปิดเผยว่า ทางแพทย์สาธารณสุข ได้ส่งเจ้าหน้าที่หัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค และผู้ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่รวบรวมยา “หมอแสง” เพื่อส่งตรวจสอบ ซึ่งต้องใช้ยา 5-10 ชุด เพื่อดูว่ามีสารอะไรที่เป็นพิษต่อร่างกาย หากมีสารเหล่านี้ก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป แต่ยังไม่สามารถระบุวัน และเวลา ของผลการตรวจสอบได้ ซึ่งเรื่องดังกล่าวผู้บังคับบัญชาได้กำชับให้ไปดูแลตรวจสอบ

ทางด้าน นายแสงชัย แหเลิศตระกูล หรือ “หมอแสง” เจ้าของสูตรสมุนไพรบำบัดมะเร็ง เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาตนทำสมุนไพรนี้มากว่า 10 ปีแล้ว เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 จนมาถึงปัจจุบัน ไม่เคยเรียกรับเงิน ยาทั้งหมดให้ฟรี

สำหรับจุดเริ่มต้นที่ผลิตทำสมุนไพรตัวนี้ เนื่องจากลูกสาวป่วยเป็นมะเร็ง จึงเริ่มสูตรผสมยาที่ได้มา เริ่มจากนำไปทดลองใช้กับสุนัขจรจัด ที่ป่วยเป็นมะเร็งอวัยวะเพศ จับมาให้กินยาที่ทำ พบว่าสุนัขมีอาการดีขึ้น จึงเริ่มนำไปแจกผู้ป่วย โดยต้องไปหาผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งที่แพทย์รักษาไม่ได้แล้ว เมื่อนำยาไปให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้กิน อาการกลับดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยใช้เวลาทดลองยา กว่า 2 ปี จึงนำมาใช้กับลูกสาวตัวเอง

แม้ที่ผ่านมา จะมีคนติดต่อขอซื้อยาสูตรนี้ แต่ตนไม่ขาย เพราะเป็นห่วงคนป่วย คนที่ยากจนต้องการที่พึ่งพิง ทั้งนี้ระบุว่า ตัวเองไม่ใช่หมอ แต่ชาวบ้านมักเรียกว่า “หมอแสง”  สำหรับสูตรยานั้นไม่หวง เพราะเป็นเพียงรำข้าวผสมกับสมุนไพร แต่จะถ่ายทอดให้กับคนที่ไว้ใจ และจิตใจดีเท่านั้น สิ่งที่ทำทุกวันนี้ เพราะรู้สึกดีกับการเป็นผู้ให้ ซึ่งการได้เห็นรอยยิ้มของชาวบ้าน มันคือกำลังใจ และถือเป็นการแบ่งปันโอกาสให้กับคนหมดหนทาง

ส่วน นายวิชาญ ชำนาญกุล ผู้ได้รับการถ่ายทอดสูตรการผสมยาให้ ระบุว่ารู้จัก “หมอแสง” มาระยะหนึ่งแล้ว เพราะเห็นว่ามีคนมาขอสมุนไพรจาก “หมอแสง” แล้วบอกว่ายาดี จึงเข้าไปดูวันที่เข้ามีการแจก และได้ดูวิธีการผสมสูตรยา พบว่าใช้วิธีตามหลักวิทยาศาสตร์ มีการดูความเปลี่ยนแปลงของสี หลังจากนำสมุนไพรมาผสม

ขณะเดียวกัน นายวิชาญ เปิดเผยอีกว่า ตัวยาใช้เวลาผลิต ประมาณ 6 เดือน ถึงจะครบสูตร โดยหนึ่งแคปซูล ประกอบไปด้วยลำข้าวนาปี ที่ไม่มีสารเคมี ร้อยละ 80 ผสมกับตัวยาสมุนไพร อีกร้อยละ 20 เมื่อทำเสร็จแล้วแจกฟรี ไม่มีตู้บริจาคทุก พย้อมยืนยันขั้นตอน มีความสะอาด เพราะมีห้องเป็นสัดส่วน และมองว่าสะอาดกว่าโรงงานผลิตยาเสียอีก

ส่วนตัวมองว่า “หมอแสง” ไม่มีความรู้ในแง่ของกฎหมาย ทั้งเรื่องเกี่ยวกับแพทย์เฉพาะทางก็ไม่ผิด เพราะไม่ใช่หมอ เรื่อง อย.ก็ไม่ผิด เพราะไม่ได้จำหน่าย ความผิดเรื่องการตั้งโรงงานผลิตยาก็ไม่ผิด เพราะเครื่องจักรที่ใช้ ไม่มีการใช้ไฟฟ้า รวมถึงความผิดเหตุไม่มีใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ ก็มองว่าไม่ผิด เพราะ “หมอแสง” ไม่มีการตรวจ หรือวินิจฉัยโรค

อย่างไรก็ตาม อยากฝากถึงหน่วยงานที่เข้ามาตรวจสอบ อยากให้เข้ามาทำให้ยาตัวนี้ให้ถูกต้อง เพราะทั้งหมดคือการทำบุญให้กับผู้ป่วยมะเร็งขณะนี้ทีใงานกำลังรวบรวมข้อมูล เพื่อผลักดันให้ยาตัวนี้เป็นยาหมอชาวบ้าน เพราะครอบครัวจะได้ไม่วิตกกังวล เนื่องจากทีมงานไม่มีผลประโยชน์อยู่แล้ว และไม่คิดอยากดัง  นอกจากนี้ยังบอกอีกว่า กรณีที่มีนายแพทย์ ออกมาให้ข้อมูลเมื่อวันที่ 2 พ.ย. 60 ข้อมูลนั้นถูกต้อง คุณหมอพูดตามหลักการแพทย์ อยากให้มาช่วยกันหาคำตอบว่า เพราะเหตุใดค่ามะเร็งของคนไข้ถึงลดลง ส่วนใครมองว่าอันตราย ก็ไม่จำเป็นต้องมาขอไปกิน

ขณะที่ นพ.ปราโมทย์ เสถียรรัตน์ รองอธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดเผยว่า การให้ยาสมุนไพร สำหรับผู้ป่วย มีกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค ว่าต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ มีใบประกอบโรคศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นแพทย์แผนปัจจุบัน หรือแพทย์แผนไทย ต้องทำในสถานพยาบาล ยาที่ใช้ก็ต้องขึ้นทะเบียน มีมาตรฐานการผลิตจาก องค์การอาหารและยา (อย.) โดยปัจจุบันไม่มียาใดที่ยืนยันว่านำมารักษามะเร็งได้ ส่วนใหญ่อยู่ในขั้นตอนการศึกษาวิจัย ซึ่งต้องใช้เวลา ส่วนผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจากการตรวจสอบมีส่วนประกอบ ของน้ำมันรำข้าว สมุนไพรข้าวเย็นเหนือ ข้าวเย็นใต้ มีสรรพคุณ เกี่ยวกับการต้านมะเร็ง แต่ยังไม่มีการวิจัยถึงขั้นใช้ได้ผลในคนหรือไม่ ซึ่งยังต้องตรวจสอบส่วนประกอบอื่นๆต่อไป

นอกจากนี้เท่าที่ตรวจสอบ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวยังไม่พบสารอันตราย หรือสารต้องห้าม แต่ไม่สามารถยืนยันว่าได้ผลหรือไม่ จึงอยากแนะนำประชาชนที่ไปรับก็ต้องเข้าใจตัวผลิตภัณฑ์ และการรับผลิตภัณฑ์ ก็เป็นสิทธิ์ ที่ทำได้ แต่ต้องมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง รวมถึงผู้แจกก็ห้ามโฆษณาเกินจริง

Share.

Leave A Reply