เตือนชาวนา! ตากข้าวเปลือกบนถนนโดยไม่ขออนุญาต เสี่ยงติดคุก!

0

จากกรณีที่มีการแชร์ต่อ และวิพากย์วิจารณ์กันเป็นอย่างมากในโลกออนไลน์ สำหรับเรื่องการตากข้าวบนถนนของชาวนา ที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ และเสี่ยงติดคุกติดตาราง  เตือนชาวนา!! ตากข้าวเปลือกบนถนนมีความผิด  ซึ่งเพจ นักกอดหมอนออนไลน์ ได้ออกมาโพสต์เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า…

ช่วงนี้พี่น้องชาวนากำลังเก็บเกี่ยวผลผลิต หลายท้องที่ก็จะเห็นภาพการนำข้าวมาตากไล่ความชื้นกัน แต่ก็จะมีพี่น้องชาวนาหลายคนที่นำข้าวมาตากในที่สาธารณะต่าง ๆ ลานวัด ลานตาก สนามกีฬา ทั้งขอเช่าและเอาไปตากแบบหน้ามึน ๆ ก็มี

แต่ปัญหาใหญ่เลยคือการเอามาตากที่ถนนโดยเฉพาะสายรองตามต่างจังหวัดนี่บางที่ค่อนข้างเยอะ บางที่กินช่องจราจรไป ๑ ช่องเสียด้วยซ้ำมันอันตรายต่อการขับขี่รถต่าง ๆ และที่สำคัญถ้าจู่ ๆ เอาไปตากโดยไม่ขอทางราชการ ส่วนปกครองท้องถิ่นหรือสถานีตำรวจท้องที่นั้น ๆ พี่น้องชาวนาอาจจะเดือดร้อนจากค่าปรับตามกฎหมาย พรบ.รักษาความสะอาด ฯ ได้ นอกจาก พรบ.รักษาความสะอาดแล้วยังผิดตาม พรบ.จราจร มาตรา ๑๑๔ ที่ห้ามวางตั้ง ยื่น แขวนกีดขวางทางจราจรอีกข้อหา

ไม่อยากให้พี่น้องโดนจึงเตือนด้วยความหวังดี อย่าหากฎหมายรังแกชาวไร่ชาวนาเลยนะ เพราะคนเมืองเองก็โดนได้หากฝ่าฝืน ทางที่ดีไปขออนุญาตทางการให้ถูกต้อง มีสัญญาณบอกให้ชัดมองเห็นแต่ไกลมันจะดีต่อทุกฝ่าย

ป.ล. เราทำนาเองมีลานตากของตัวเอง เราไม่ได้ซื้อข้าวคนอื่นกินเพราะฉะนั้นไม่ต้องไล่ เราเตือนในฐานะเพื่อนเกษตรกรด้วยกัน

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายปกรณ์ ศรีปานวงศ์ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงสุรินทร์ ได้เคยกล่าวไว้ว่า “ช่วงนี้เป็นฤดูเก็บเกี่ยวข้าวของชาวนา มักมีการตากข้าวเปลือกบนทางหลวง โดยกรมทางหลวงมีพระราชบัญญัติการควบคุมทางหลวงปี 2535 ที่ระบุว่ามิให้มีการดำเนินการติดตั้ง แขวน วาง หรือกองวัสดุ อันจะส่งผลต่อการกีดขวางหรือทำให้เกิดอันตรายต่อการจราจรกับยานพาหนะที่จะสัญจรบนถนน ฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 6 เดือน หรือปรับ 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  

โดยหากพบเห็นการตากข้าวเปลือกบนถนนของชาวนา จะเข้าไปตักเตือนให้ขนย้ายภายใน 2-3 วัน หากยังไม่ขนย้าย จะทำหนังสือแจ้งว่ามีการกระทำผิด หากยังไม่แก้ไขอีก แขวงทางหลวงจะดำเนินการขนย้ายเอง และเรียกค่าเสียหายกับเกษตรกรต่อไป ที่ผ่านมาพบว่ามีอุบัติเหตุจากการตากข้าวเปลือกบนถนน ไม่ต่ำกว่า 5 ราย บาดเจ็บสาหัส 2 ราย”

ซึ่งเคยมีอุธาหรณ์จากตากข้าวกลางถนนทำให้คนตายมาแล้ว ซึ่งเกิดขึ้นกับ นายเล็ง โพธิ์เงิน อยู่บ้านเลขที่ 35/3 บ้านสะโน หมู่ที่ 5 ตำบลหนองบัว อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ มีอาชีพเป็นชาวนา และผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 5 ดังกล่าว ซึ่งตามวันเวลาที่เกิดเหตุ นายเล็ง โพธิ์เงิน ได้ขับรภจักรยานยนต์ไปขายข้าวที่อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ และเมื่อขายข้าวเสร็จก็ขับรภจักรยานยนต์คันดังกล่าวกลับบ้านตามเส้นทางบ้านหนองจอก-บ้านบุกันแทน ซึ่งเป็นเวลาที่มืดค่ำแล้ว ได้ชนเข้ากับกองข้าวเปลือกที่ชาวบ้านนำมาตากบนถนนและกองเอาไว้โดยไม่มีสัญญานไฟบอกว่ามีวัสดุ ทำให้นายเล็งฯ ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกนำตัวส่ง รพ.ศีขรภูมิ ทาง รพ.เห็นว่าอาการหนักส่งต่อ รพ.เมืองสุรินทร์ และในเวลาต่อมาทนพิษบาดแผลไม่ไหวได้เสียชีวิตลง  อุทาหรธ์จากการตากข้าวเป็นการกีดขวางทางจราจรเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยประมาท จะทำอะไรบนถนนต้องมีไฟสัญญาลักษณ์บ่งบอก

ทางด้านแขวงการทางบุรีรัมย์ แนะผู้นำท้องถิ่นแต่ละพื้นที่ ช่วยดูแลจัดการสภาพการจราจรกันเองในช่วงที่เกษตรกรนำข้าวมาตากริมถนน ควรมีเครื่องหมายให้ผู้ขับขี่รับทราบ โดยเฉพาะกลางคืนควรเก็บไว้ริมทางเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ยอมรับผิด พรบ.จราจร แต่กว่า 10 ปียังไม่มีผู้ใช้รถมาร้องเรียน

โดย นายชยุธ โลหกิจ ผู้อำนวยการแขวงการทางบุรีรัมย์ ได้ออกมาระบุว่า ในช่วงนี้เกษตรกรเริ่มมีการเก็บเกี่ยวข้าวนาปี ส่วนใหญ่จะใช้รถเกี่ยวมาเกี่ยวข้าว ซึ่งข้าวที่ได้ออกมาจะมีความชื้น ส่วนหนึ่งเกษตรกรจะนำไปขายให้กับโรงสีทันที แต่ต้องถูกหักค่าความชื้นและอีกจำนวนมากจะนำมาตากให้แห้งเอง ที่ผ่านมานับ 10 ปีมักจะเห็นเกษตรกรนำข้าวเปลือกมาตากริมทาง เพราะไม่มีพื้นที่ตาก แต่ก็ไม่เคยได้รับการร้องเรียนจากผู้ใช้รถใช้ถนน เนื่องจากส่วนใหญ่เข้าใจว่าเกษตรกรมีความจำเป็น

ผู้อำนวยการแขวงการทางบุรีรัมย์ กล่าวด้วยว่า ตาม พรบ.จราจร การนำสิ่งของมากีดขวางผิวการจราจร ถือว่ามีความผิด แต่สิ่งที่เกิดขึ้นถือว่ามีความจำเป็น และเป็นระยะเวลาไม่นาน โดยเฉพาะไม่เคยได้รับการร้องเรียนจากผู้ใช้รถใช้ถนน ถือว่าสังคมอยู่ด้วยกันได้ ประกอบกับเกษตรกรส่วนใหญ่จะตากข้าวริมถนนสายรอง หรือในหมู่บ้าน ไม่ได้นำมาตากบนถนนสายหลัก

เพื่อให้ทุกฝ่ายอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข จึงได้ร้องขอให้ผู้นำท้องถิ่นแต่ละพื้นที่ ให้ช่วยกันจัดการบริหารการจราจรกันเอง เพราะเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบด้านการจราจรคงจะไม่เพียงพอ โดยหากมีการตากข้าวริมถนน ก็ควรจะเว้นช่องให้รถสวนทางกันได้ มีเครื่องหมายสัญญาณเตือนว่ามีวัสดุอยู่ริมถนน หรือให้เขียนป้ายว่า”ข้างหน้ามีข้าวตากข้างทาง”ส่วนในกลางคืนจะต้องเอาข้าวมากองไว้ริมทาง ทั้งนี้เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น

Share.

Leave A Reply