จาก ‘เสี่ยตัน ถึง พี่ตูน’ ไทยกับความยั่งยืนของสวัสดิการสังคม!

0

ขอคารวะจากใจจริงจากการกระทำของทั้งสองท่าน แต่เราควรมาทบทวนกันได้หรือยังถึงความยั่งยืนของสวัสดิการสังคม

นับตั้งแต่ก้าวแรกที่ นายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือ “ตูน บอดี้สแลม” ออกก้าววิ่งจากอำเภอเบตง จังหวัดยะลา สปอร์ตไลท์ในสังคมส่องลงไปในทันทีทั้งปฏิกิริยาภาครัฐ เอกชน และประชาชนทั่วไปในโครงการ “ก้าวคนละก้าว”

ไล่อ่านความคิดเห็นมีทั้งดอกไม้ และก้อนหิน มีคนออกมาชมและมีคนออกมาติง และมีคนติงคนที่ออกมาติง และมีคนที่ชมคนที่ออกมาชม ดูสลับซับซ้อนอลวนกันพอสมควร ยอดเงินบริจาคตอนนี้ก็ขยับใกล้ 100 ล้านแรก จากยอด700ล้านเต็มที
ทำให้คิดถึงอีกบุคคลท่านหนึ่งที่เคยมาเล่นบทบาท “ผู้ใหญ่ใจดี” ในสังคมอย่าง เสี่ยตัน ภาสกรนที จากเครืออิชิตัน หากย้อนมองไปเมื่อครั้งน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 บทบาทของตันนั้นยิ่งใหญ่มากเมื่อผนึกกำลังกับนักเล่าข่าวชื่อดังอย่าง สรยุทธ สุทัศนะจินดา

โครงการ “ประตูใจ” ของเสี่ยตันในการบริจาคประตูบานใหม่เพื่อให้ สถานที่ต่างๆทั้ง โรงเรียน วัด และโรงพยาบาล ที่เสียหายจากการถูกน้ำท่วม อีกทั้งการบริจาคเงินช่วยเหลือและสิ่งของอื่นๆให้กับผู้ประสบภัย ทำให้ เสี่ยตันและสรยุทธกลายเป็นฮีโร่จากภาคประชาชนชนิดถ้าเกิดในสมัยนี้คงจะรีบมีคนออกมาเคลมว่าเป็น “ประชารัฐ”อย่างแน่นอน

ความแตกต่างระหว่างปี 2554กับ 2560 ก็คือในปี 2554 เป็นภัยธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในรอบ 80 ปีชนิดที่ว่าลำพังรัฐบาลฝ่ายเดียวไม่สามารถแก้ไขและรับมือในขั้นตอนการเยียวยาทั้งหมดได้ จึงต้องการกำลังเสริมจากภาคเอกชนและประชาชนเข้ามาช่วยเหลือ  ส่วนปี 2560 การขาดแคลนงบประมาณของโรงพยาบาล 11 แห่งนั้น ไม่ได้เกิดจากภาวะภัยธรรมชาติหรือเศรษฐกิจแต่อย่างใด แต่เป็นสิ่งที่รัฐบาลควบคุมได้อย่างการจัดสรรงบประมาณ ซึ่งงบประมาณสาธารณสุขกลับไม่เพียงพอ สวนทางกับงบประมาณกระทรวงกลาโหมที่ไต่ระดับ 2 แสนล้าน

ถ้าหากคำนึงถึงเป้า 700 ล้านบาท แท้จริงอาจจะแค่ลดงบประมาณกลาโหมลง 0.14% เท่านั้น “ตูน บอดี้สแลม” ก็อาจจะไม่ต้องเหนื่อยและสามารถโฟกัสในการทำงานเพลงเพื่อแฟนได้มากขึ้น และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ตูนจะต้องมาแบกรับภาระนี้แต่เป็นครั้งที่ 3

บทเรียนจากเสี่ยตันเคยมีให้เห็นว่าตราบใดที่เราแสดงให้เห็นความใจบุญเราให้ 10ครั้ง พอครั้งที่11 ไม่ให้คนก็จะลืม 10ครั้งที่ผ่านมา อย่างกรณีที่วงโยธวาทิตจากโรงเรียนชื่อดังออกมาตบเท้าขอเงินเสี่ยตันเพื่อไปแข่งระดับนานาชาติอันตามมาด้วยดราม่าน่าปวดหัวมากมาย ที่ทำให้ภาพลักษณ์ของเสี่ยตันที่สร้างมาแปดเปื้อนอีก

ครั้งนี้ก็เช่นกันเมื่อพล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบกออกมาสั่งให้อารักขาตลอดเส้นทางวิ่งและให้กำลังพลร่วมกิจกรรมด้วย เราจะไม่พูดว่ามีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องได้อย่างไร ในขณะที่อาจจะไม่ใช่ความต้องการของพี่ตูนเสียด้วยซ้ำ และถ้าหากปีหน้างบประมาณขาดแคลนอีกสังคมเรียกหาพี่ตูน แต่ถ้าพี่ตูนไม่สะดวกจะเป็นเช่นไร?

ถึงเวลาที่เราต้องจริงจังกับเรื่องการจัดสรรงบประมาณเพื่อประชาชน การจัดสวัสดิการสังคมที่เพียงพอ เพราะความมั่นคงของประเทศวัดที่สวัสดิการและความสุขของประชาชน หาใช่ความแข็งแรงของแสนยานุภาพกองทัพเพียงอย่างเดียว

ที่มา voicetv

Share.

Leave A Reply