หญิงไทยหนึ่งเดียวที่ทั่วโลกยกย่อง..แต่คนไทยแทบไม่รู้จัก!! คนดังระดับโลกยังทำคลิปชื่นชม!

0

เพจชื่อดัง ได้แชร์โพสต์ ของ Bill Gates ซึ่งเป็นบุคคลทรงอิทธิพลของโลก และเป็นเจ้าของไมโครซอฟผู้เปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ โดย Bill Gates ได้ทำคลิปสั้นๆ ยกย่องหญิงไทยคนหนึ่งที่คนไทยแทบไม่เคยรู้จัก โดยทางเพจ Drama-addict ได้แชร์และโพสต์ข้อความดังต่อไปนี้…

สุภาพสตรีท่านนี้คือ ศาสตราจารย์พิเศษ เภสัชกรหญิง ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ อดีตผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา องค์การเภสัชกรรมของไทยค่ะ ท่านเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จในการผลิตยาต้านเชื้อไวรัสเอดส์ และยังมีชื่อเสียงในด้านความทุ่มเทและตั้งใจทำงานเพื่อให้ทุกคนเข้าถึงยาเหล่านี้ได้ แม้ว่าจะเป็นผู้ป่วยที่ไม่มีเงินเลยก็ตาม

ดร.กฤษณาเป็นชาวสมุย ต่อมาได้เข้าศึกษาระดับปริญญาตรีที่คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปริญญาโทสาขาเภสัชวิเคราะห์ ที่มหาวิทยาลัยสตรัธไคลด์ และจบปริญญาเอก สาขาเภสัชเคมี จากมหาวิทยาลัยบาธ ประเทศอังกฤษ จากนั้นทำงานเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ระยะหนึ่งก่อนจะมาทำงานที่องค์การเภสัชกรรมค่ะ

ดร.กฤษณาเป็นผู้ริเริ่มการวิจัยยาต้านไวรัสเอดส์ในประเทศไทย และประสบความสำเร็จในการผลิตยา ZIDOVUDINE (AZT) ที่มีฤทธิ์ลดการติดเชื้อจากแม่สู่ลูก หลังจากนั้นก็มียาอีกหลายชนิดตามมาค่ะ รวมถึงยา GPO-VIR ที่รู้จักกันในชื่อยาค็อกเทล เพราะเป็นการรวมตัวยารักษาโรคเอดส์ 3 ชนิดในเม็ดเดียวกันเป็นครั้งแรกของโลก ถือว่าช่วยลดความลำบากที่จะต้องกินยาหลายเม็ด และยังลดค่าใช้จ่ายในการซื้อยา แถมยังทำเองขายเองได้ในเมืองไทย ราคาเลยถูกมากๆ ด้วย

ตอนนั้นข่าวการผลิตยาตัวนี้สำเร็จถือว่าดังในระดับโลกเลย ในที่ประชุมองค์การอนามัยโลก ไทยก็ไปประกาศว่าจะให้ความช่วยเหลือกับประเทศในทวีปแอฟริกา ตอนนั้นทั่วโลกก็ชื่นชมใหญ่เลย ทว่า ดร.กฤษณาบอกว่าคนพูดเขาพูดแล้วก็จากไป แต่ตัว ดร.กฤษณาเองเป็นคนที่เขียนโครงการนี้ขึ้นมา รู้สึกว่าตัวเองควรจะไปตามสัญญา จึงลาออกจากองค์การเภสัชกรรมในปี พ.ศ. 2545 เพื่อจะไปช่วยชาวแอฟริกาตามสัญญา

ดร.กฤษณาเคยให้สัมภาษณ์ว่า ตอนอยู่ที่องค์การเภสัชกรรม ท่านมักจะมีปัญหากับฝ่ายการตลาดค่ะ เพราะทางนั้นจะกีดกันไม่ใช่ซื้อวัตถุดิบมาวิจัยยา เพราะมองว่าทำยาไปไม่นานเชื้อก็ดื้อยาจนขายต่อไม่ได้ ค่าวิจัยจะไม่คุ้มเอา แต่ดร.กฤษณาก็จะดื้อทำอยู่เสมอ

ตอนคุยกับองค์กรต่างประเทศว่าจะขอใช้ประเทศนั้นเป็นที่ผลิตยา ก็โดนแย้งว่าไม่คุ้ม เพราะมีข้อตกลงระหว่างประเทศว่า ประเทศนี้สามารถผลิตยาโดยไม่มีสิทธิบัตรได้อีกเพียง 9 ปีเท่านั้น ตอนนั้นดร.กฤษณาโกรธมาก แย้งว่า 9 ปีทำอะไรได้ตั้งเยอะ วันเดียวยังมีคนตายตั้งเยอะเลย ท่านแสดงจุดยืนเลยว่า “ถึงจะมีวันเดียวฉันก็จะทำ” เพราะมองว่าอยากให้ทุกคนพึ่งตนเองได้ ไม่ต้องซื้อยาจากต่างประเทศมากิน

ครั้งหนึ่งในการประชุมนานาชาติ มีผู้เข้าร่วมชาวแอฟริกันคนหนึ่ง เขาพูดในที่ประชุมว่าเขารู้จักนิสัยคนแอฟริกันดี และรู้ว่าดร.กฤษณาจะไม่มีวันทำอะไรได้แน่ๆ ตอนนั้นดร.กฤษณาก็รู้สึกอายเหมือนกันที่โดนพูดแบบนั้นต่อหน้าคน 200 คน แต่ก็มุ่งมั่นที่จะทำยิ่งกว่าเดิม โดยลงพื้นที่เองเลยทันที

ดร.กฤษณาเป็นคนที่โนสนโนแคร์ใดๆ ไม่ว่าใครจะห้าม จะว่า จะดูถูกอะไรก็ตาม ท่านก็ไม่แคร์ เพราะแคร์แค่ผู้ป่วยที่จะได้รับประโยชน์เท่านั้น ท่านเคยให้สัมภาษณ์ครั้งหนึ่งว่า “คนอื่นจะชอบหรือไม่ชอบก็ไม่เห็นเป็นไรนะคะ ฉันไม่ได้มีชีวิตติดกับเขานะคะ คนเราเกิดมาคนเดียวตายคนเดียวชีวิตไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับใครอยู่แล้ว”

อย่างที่เกริ่นไปตอนต้นว่าบิล เกตส์ ทำคลิปยกย่อง ดร.กฤษณานั้น อธิบายก่อนว่าเป็นคลิปที่บิล เกตส์ ทำเนื่องในโอกาสวันเอดส์โลกเมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมาค่ะ บิลยกย่องฮีโร่ 2 ท่านที่ต่อสู้กับโรคเอดส์ หนึ่งในนั้นคือ ดร.กฤษณา ส่วนอีกท่านคือ Jonathan Eshiloni Mumena ผู้นำของชนกลุ่มน้อยที่อาศัยบริเวณชายแดนของประเทศแซมเบียที่ติดกับประเทศคองโก น้องๆ สามารถอ่านบทความเต็มๆ ของบิลได้ที่ www.gatesnotes.com เลยนะคะ เป็นบล็อกส่วนตัวของบิล เกตส์ ที่มีอะไรดีๆ ให้อ่านเยอะมากเลย

ชมคลิป

Heroes in the Field: Krisana Kraisintu

Dr. Krisana Kraisintu, a pharmacist from Thailand, has dedicated her life to making medicines more affordable and accessible. Her efforts have saved and improved countless lives.

โพสต์โดย Bill Gates บน 2 ธันวาคม 2017

ดร.กฤษณามีผลงานการเขียนด้วยนะคะ เป็นหนังสือชุด “เภสัชกรยิปซี” มีทั้งหมด 5 เล่ม เรื่องราวของท่านยังถูกนำไปทำเป็นภาพยนตร์สารคดีเรื่อง A Right to Live – AIDS medication for Millions (2006) ที่ได้รางวัลจากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ รวมถึงยังถูกนำไปสร้างเป็นละครเวทีบรอดเวย์เรื่อง Cocktail

นอกจากนี้ ดร.กฤษณายังได้รับรางวัลระดับนานาชาติมากมาย เช่น รางวัลเหรียญทอง จากยูเรก้านิทรรศการนวัตกรรมโลกครั้งที่ 50 ประเทศเบลเยี่ยม ในปี พ.ศ. 2544,  รางวัล Global Scientific Awardจากมูลนิธิเลตเท่น ประเทศนอร์เวย์ ในปี พ.ศ. 2547,  รางวัล Asian of the Year 2008 จากนิตยสารรีดเดอร์สไดเจสต์ ในปี พ.ศ. 2548  รวมถึงรางวัลแมกไซไซ สาขาบริการสาธารณะ จากประเทศฟิลิปปินส์ ในปี พ.ศ. 2552  ทั้งหมดนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น จริงๆ มีอีกเยอะเลย

ที่มา dek-d

Share.

Leave A Reply