“ยิ่งขาย ยิ่งจน” ประสบการณ์ขายของกับบริษัทใหญ่ระดับประเทศ!

0

ผู้ใช้เฟซบุ้ค Chinacha Songwattana ได้ออกมาแชร์ประสบการณ์จากการขายของกับบริษัทใหญ่ระดับประเทศบริษัทหนึ่ง โดยได้โพสต์ว่า..

ขายของกับลาซาด้า “ยิ่งขายยิ่งจน” เรื่องจริง ประสบการณ์ตรงจากผู้ขายเอง
ครั้งแรกที่ได้เชิญเข้าเป็นร้านค้ากับทางลาซาด้า ก็ดีใจได้ร่วมงานกับบริษัทใหญ่ระดับประเทศ
จริงๆแล้วเค้าเรียกเราไปเชือดนะคะ คูณผู้ชม เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังกัน

พ่อค้าแม่ค้าร้านไหน อยากเห็นยอดขายติดลบ สัมผัสความหนาวเหน็บติดลบ 0องศา ก็แนะนำให้เปิดร้าน สร้างประสบการณ์การขายกับลาซาด้า ได้เจอได้สัมผัสแน่นอน

แจ้งก่อนนะคะ โพสต์นี้ต้องการเตือนสติพ่อค้าแม่ค้าหน้าใหม่ที่ยังไม่พร้อม 100% ทั้งด้านสินค้า บุคลากร และทุนทรัพย์ ให้คิดให้ดี อ่านให้จบ ศึกษาให้แน่น อย่าประมาทถ้าคิดจะลงขายกับลาซาด้า เพราะถ้าผิดพลาดขึ้นมาก็จะโดนแบบแม่ค้า ค่าปรับมันสูงมาก ขาดทุนไม่รู้ตัว

แม่ค้าไม่ได้มีเจตนาบอกว่าลาซาด้าไม่ดี เพราะแอพเค้าติดอันดับประเทศ ขนาดสินค้าแพงยังขายได้ ขายดี แต่ในมุมที่คนซื้อไม่รู้ มันเป็นแบบนี้ เลยอยากแชร์ประสบการณ์ให้ได้อ่าน ให้ได้คิดกัน

1.มีค่าปรับส่งของล่าช้าเกิน48ชม. คิดชิ้นละ 300บาท (ย้ำว่าต่อชิ้นนะ 1ออเดอร์ มี2 ชิ้น ก็โดนคูณ 2 ค่าปรับ 600บาท ให้หน้ามืด)
ค่าของ 5บาท 10บาท คิดปรับต่อชิ้น 300บาท
คือต้องกดยืนยันภายใน 24ชม. และจัดส่งภายใน 24ชม.เท่านั้น
ดูเหมือนไม่เยอะใช่ไหม แต่ลองคิดดูว่าถ้ามีคนสั่งของมา 100ชิ้น วันนั้นป่วย มีธุระแพ็คของไม่ได้
โดนกัน 30,000บาทเลยนะ เข่าทรุดเลยทีเดียว
ที่ร้านโดนมาแล้ว 300 มีค่า vat อีก 21บาทคะ รวม 321บาทต่อชิ้น
อันนี้รับได้เพราะที่ร้านผิดเอง ทำให้ทางลาซาด้าเสียชื่อ

2.ยกเลิกคำสั่งซื้อลูกค้าเนื่องจากสินค้าหมด คิดชิ้นละ 300บาท
อันนี้รับได้เพราะที่ร้านผิดเอง ทำให้ทางลาซาด้าเสียชื่อ

แต่ แต่จุดพีคอยู่ตรงนี้

3.สินค้าถูกตีกลับ ไม่สามารถจัดส่งลูกค้าได้
-คนขายเสียค่าส่งของ ขั้นต่ำครั้งละ 50บาท
-ค่าปรับตีกลับอีก 50บาท (ลาซาด้าเรียกเก็บเอง)
คือปกติปณ.ตีกลับไม่มีค่าตีกลับนะคะ แต่ลาซาด้าอยากซ้ำเติมคนขาย
สรุปออเดอร์นั้น ราคา 150บาท กำไร 20บาท ค่าคอม 20% (ราคาปกติ 59-69บาท) มันคิดค่าปรับเรา 100บาท เพียงเพราะส่งของไม่ได้ แล้วถูกตีกลับ

สาเหตุการตีกลับ
1.เกิดจากลูกค้าสั่งของเล่น ไม่มีความรับผิดชอบ เจอถูกกว่าไม่เอาแหละ ช่างมันปล่อยตีกลับ
2.ปณ.กรดกริ่งทีเดียว ส่งไม่ได้ให้ไปรับเอง แล้วใครที่ไหนจะไปเอา กรรมของคนขาย
3.***ร้านอื่น***ส่งของช้า ลูกค้าเปลี่ยนใจ อันนี้ที่ร้านสมควรนะคะ แต่ลองมองย้อนกลับไปข้อ 1 จะพบว่ามันเป็นไปได้ยากมากนะคะ ไม่งั้นคนขายก็โดนค่าปรับกันชิ้นละ 300 บาทแล้ว

ร้านค้าดีๆ ที่เจอการตีกลับข้อ 1 และ 2 ก็ต้องแบกรับค่าส่งของเอง กำไรไม่ได้ แถมยังขาดทุนอีก แม่เจ้า

สรุปแล้วลาซาด้า รวย รวย ได้เงินทุกช่องทาง
เค้าหากำไรมาจากพ่อค้าแม่ค้าที่ลงขายของในแอพกันนะคะ ไม่ใช่กำไรจากค่าคอมเป็นหลักแล้ว

วันนี้ลองโทร Call center ว่ายกเลิกเก็บเงินปลายทางได้ไหม เค้าบอก “ไม่สามารถยกเลิกได้”
ต้นทางได้แต่คิดในใจ: ใช่ซิ ลาซาด้าไม่ได้ออกค่าส่งหนิ (เสียงสูง)

คือแบบว่าเวลาเห็นออเดอร์ที่เป็นเก็บเงินปลายทาง (COD) มาที คนขายก็จะกล้าๆกลัวๆ ไม่รู้เค้าสั่งของจริงไหม หรือว่ากดสั่งเล่นๆมา ส่งแล้วตีกลับเสีย 100บาทหรือถ้ากดยกเลิกเสีย 300บาท
ตอนนี้กลัวหัวใจวาย เลิกขายกับลาซาด้าดีกว่า ลุ้นทุกออเดอร์ COD จริงๆ

4.เสียโอกาสในการขายสินค้าช่องทางอื่น เพราะเราต้องกันสต็อคให้กับลาซาด้าเท่านั้น เพราะถ้าไม่มีของโดนปรับ 300บาท ถ้าบ้านไหนอยากขาย แนะนำให้สต็อคแน่นจริง หรือลงทีละน้อยๆ อาจจะเสียโอกาสขายในลาซาด้า แต่ดีกว่าโดนปรับชิ้นละ 300บาท

5.ระยะเวลาในการโอนของลาซาด้า นานมากๆ คือเอาเงินเราไปหมุนก่อนอย่างน้อย 1เดือน ไปปล่อยกู้หรือลงทุนได้กำไรบานแล้วอ่ะ รอบการจ่ายเงินคือ สรุปยอด 14วัน จ่ายเงินอีกประมาณ 10วัน รวมแล้วประมาณเกือบ 1เดือน
บ้านไหนไม่มีทุน เป๋าไม่หนักก็ต้องทำใจ

6.รายงานทางการเงินแย่มาก คือไม่มีแจกแจงรายละเอียดการขายต่างๆ เช่น ใน 1ออเดอร์นี้ มีค่าสินค้าเท่าไหร่ ค่าคอม ค่าจัดส่งเท่าไหร่
ลาซาด้ากลับรวมทุกยอดมาเป็นรายอาทิตย์ ว่ายอดขายเท่าไหร่ ร้านค้าจะเอาไปคำนวณค่าใช้จ่ายอะไรไม่ได้เลย เห็นแล้วเซ็งมาก คำนวณต้นทุนกำไรไม่ได้เลย (จริงๆไม่ต้องคำนวณ เพราะกำลังติดลบแน่ๆ )

7.เอกสารเยอะมาก ไม่ช่วยลดภาวะโลกร้อนกันเลย
1 ออเดอร์ จะปริ้นเอกสาร 3 แผ่น วันนึงขายทีแทบจะหมดทั้งรีมกันเลย

ปวดใจ เหนื่อยใจ ท้อใจ แม่ค้าที่ขยันขายของ ตั้งใจส่งของ ก็ต้องโบกมือลา BYE BYE ลาซาด้า อีกคน
กลับไปขายใน SHOPEE ต่อ แอพนี้ ลูกค้าซื้อสินค้าในราคาชิดทุน ไม่มีค่าคอม แถมส่งฟรีอีกต่างหาก

https://shopee.co.th/shoppingdekdee

#อ่านจบจุ๊บทีนึง
#Lazada

ที่มา เฟซบุ้คChinacha Songwattana

Share.

Leave A Reply