ความยาวของ “นิ้วนาง” กับ “นิ้วชี้” สามารถอธิบายเรื่องทางเพศได้!!

0

วันนี้เราจะมาท้า!!! ให้คุณลองลองดูที่มือขวาของคุณ ว่านิ้วนางของคุณยาวกว่านิ้วชี้หรือไม่?

ถ้ายาวกว่าละก็ นั่นหมายถึงว่า “คุณอาจจะมีแนวโน้ม ที่จะชอบเปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ” ซึ่งนี่คือผลงานวิจัยใหม่ จากสหราชอาณาจักรเมื่อเร็วๆนี้  แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้าหากคุณนิ้วนางและนิ้วชี้ยาวเท่าๆกัน แปลว่า “คุณอาจจะมีแน้วโน้มอยู่กับคู่รักของคุณคนเดิมอย่างยาวนาน”

สำหรับเหตุผลคำตอบเรื่องของนิ้วนางที่ยาวกว่านิ้วชี้นั้น บ่งบอกว่า ผู้ที่มีนิ้วนางยาวกว่านิ้วชี้ (ข้างขวา) เป็นผู้ที่ได้รับฮอร์โมนเพศชายจำนวนมากจากมารดาขณะยังอยู่ในครรภ์ และมีแน้วโนมว่าคนๆ นั้นจะสำส่อนทางเพศ

ผู้ชายที่มีนิ้วนางยาวกว่านิ้วชี้มักเป็นที่สนใจของผู้หญิงมากกว่าผู้ชายที่มีนิ้วนางสั้นกว่านิ้วชี้ เพราะบ่งชี้ว่ามีฮอร์โมนเพศชายสูง

วารสารวิทยาศาสตร์ชีวภาพของราชสมาคมอังกฤษเผยผลการศึกษาของนักวิจัยในมหาวิทยาลัยเจนีวาและคณะว่า จากการให้นักศึกษาสตรีอายุ 18-34 ปีมากกว่า 80 คนดูภาพชายวัยใกล้เคียงกัน 49 คนแล้วให้คะแนนความเป็นชายชาตรีและความน่าสนใจ สตรีบางคนได้ฟังเทปบันทึกเสียงและดมกลิ่นตัวจากแผ่นสำลีที่ซุกไว้ 24 ชั่วโมงใต้วงแขนของผู้ชายในการทดลองเพื่อศึกษาว่า ผู้หญิงสนใจผู้ชายจากสัญญาณบ่งบอกระดับฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนสูงหรือไม่ ประกอบด้วยการมีรูปหน้าได้สัดส่วน มีเสียงทุ้มต่ำ มีกลิ่นตัวบางอย่าง

ผลการทดลองออกมาชัดเจนว่า ผู้ชายที่มีนิ้วนางยาวกว่านิ้วชี้ ซึ่งหมายความว่ามีฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนสูง มักได้คะแนนความน่าสนใจสูง เช่นเดียวกับการมีรูปหน้าได้สัดส่วนก็จะได้คะแนนน่าสนใจสูง แต่น่าแปลกว่า ผู้ชายเหล่านี้กลับไม่ได้คะแนนความเป็นชายชาตรีหมดทุกคน ส่วนผู้ชายที่มีเสียงหรือกลิ่นตัวที่ผู้หญิงชื่นชอบก็ไม่ได้มีนิ้วนางยาวกว่านิ้วชี้เสมอไป นักวิจัยสันนิษฐานว่า อาจเป็นเพราะเสียงและกลิ่นตัวขึ้นอยู่กับระดับฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนขณะเป็นผู้ใหญ่มากกว่าระดับฮอร์โมนที่ได้รับขณะอยู่ในครรภ์มารดา


ก่อนหน้านี้มีการศึกษาว่า สัดส่วนความยาวของนิ้วชี้และนิ้วนางโดยเฉพาะอย่างยิ่งมือขวาเป็นดัชนีเชื่อถือได้ว่าผู้ชายคนนั้นได้รับฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนขณะอยู่ในครรภ์มารดามากน้อยเพียงใด ยิ่งนิ้วนางยาวกว่านิ้วชี้มากเท่าใด ยิ่งน่าจะได้รับผลจากฮอร์โมนมากขึ้นเท่านั้น จึงมีการนำไปใช้เป็นดัชนีทำนายความเสี่ยงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากที่โยงกับการมีฮอร์โมนนี้ในระดับสูง

ยังไงก็ตามงานวิจัยนี้ ก็เป็นเพียงตัวแปรหนึ่งเท่านั้น ที่ใช้อธิบายเรื่องนี้นะคะ ยังไงก็ขอให้เป็นเรื่องที่พูดเล่นกันสนุกๆ ขำๆพอนะ อย่าซีเรียสไปค่ะ ^^

Share.

Leave A Reply